มัลดีฟส์กับการเดินทางภายในประเทศ

มัลดีฟส์แบ่งการเดินทางในประเทศอยู่คร่าว ๆ 3 แบบด้วยกัน

1.) ทางเรือ ก็จะแบ่งออกเป็น 2 อย่างใหญ่ ๆ คือ Speed Boat และเรือ Dhoni (เรือไม้ติดเครื่องยนต์ เคลื่อนตัวช้า ความจุตั้งแต่ 30 – 50 คน ตามแต่ขนาดเรือ และเดินทาง ช้าเร็วขึ้นอยู่กับขนาดเรือเช่นกันแหล่ะ) เอาเป็นว่าใช้เดินทางกันพิกัดไม่เกิน 2 ชมสำหรับ Speed Boat และ Dhoni ก็คงไม่มีใครอยากเท้งเต้งกันเกิน 3 ชมแหล่ะ แต่ไม่มีโรงแรมไหนใช้ Dhoni ในการสัญจรระว่างโรงแรมกับสนามบินนะ อันนี้เบาใจได้ ยกเว้นท่านจะพักอยู่เมืองหลวง อันนี้หนีไม่พ้น แต่แค่ 10 – 15 นาที ไม่ต้องกลัวหรือกังวลไปครับ ดังนั้นส่วนใหญ่ก็ใช้ Speed Boat กัน ระยะก็ไม่เกิน 1 ชม จากสนามบินหล่ะ อันนี้จะอยู่ในจุดคุ้มทุนของโรงแรมว่าด้วยค่าสัมพันธ์ของเชื้อเพลิงต่อจำนวนผู้เดินทาง โรงแรมที่เดินทางไกล ๆ เริ่มคุ้นหูเราก็ Meeru Island 50 นาที หรือ Oblu ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน
เกินจากนี้ไปเค้าจะใช้เรือยนต์ลำใหญ่ในการสัญจรกันระหว่าง Atoll (พูดให้ภาพก็เหมือนเดินทางข้ามจังหวัดครับ)
แต่ไม่ได้ใช้กับลูกค้านะ ปกติคนท้องถิ่น หรือพนักงานเค้าจะใช้กัน

12622488_583317961820528_7856172329489972913_o

 

2.) Seaplane แน่นอนหล่ะ หนึ่งในไฮไลท์ในการเที่ยวมัลดีฟส์เลย ที่ทุกคนถวิลหากับเจ้าเครื่องบินใบพัดคู่สะเทินน้ำสะเทินบก ความจุ 18 ที่นั่งรวมกัปตันและลูกเรือ 3 ชีวิต ณ ตอนนี้ถือว่าวิธีการสัญจรในมัลดีฟส์ที่รวดเร็วที่สุด นอกจากใช้เป็นพาหนะในการเดินทางระหว่างโรงแรมกับสนามบิน Seaplane ก็ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสุดฮิตที่ใครมีโอกาสไปก็อยากลองขึ้นดูสักครั้ง หนึ่งในคำถามที่มีการสอบถามเข้ามาประจำคือ หากเราพักโรงแรมที่ปกติใช้ Speed Boat เราจะบิน Seaplane ได้หรือเปล่า คำตอบคือได้ และไม่ได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับโรงแรมที่เราเข้าพักว่ามีกิจกรรมดังกล่าวบริการด้วยหรือไม่ หรือแม้จะมีบริการอยู่ก็ไม่ได้มีทุกวัน เช่น Club Med Kani, Addaaran Selected Hudhuranfushi จะมีกิจกรรมดังกล่าวในบางวันของสัปดาห์ แต่จะมีเงื่อนไขว่าต้องมีผู้ลงชื่อใช้บริการเต็มลำ นั่นก็คือ 15 ที่นั่ง และแน่นอนอันนี้ไม่ได้รวมอยู่ในแพ็คเกจนะ ก็ประมาณ 7,500 บาท ต่อท่านสำหรับทริป 15 นาที โดยมักจะใช้ชื่อว่า Photo Flight สำหรับกิจกรรมนี้

12573100_583322855153372_2385125895279873806_n

3.) Domestic Flight เครื่องบินใบพัดคู่ขนาดกลางความจุตั้งแต่ 50 – 80 ที่นั่ง ใชัสัญจรกันระหว่าง Atoll อันนี้ใช้กันทั่วไปตั้งแต่ประชาชนตาดำ ๆ จนถึงชาวต่างชาติตาน้ำข้าว
Domestic Flight จะนำมาใช้ในการสัญจรใน 2 หรือ 3 กรณีเช่น โรงแรมอยู่ไกลเกินระยะคุ้มทุนของ Seaplane เช่นว่า Seaplane ต้องบินเกิน 1 ชม อันนี้เค้าก็จะมาใช้ Domestic Flight แทน เนื่องจากเครื่องยนต์ใหญ่กว่า ทำเวลาได้ดีกว่าและมีผู้เดินทางหารเฉลี่ยมากกว่า หรือสัญจรในเวลาหลังทำการของ Seaplane เพราะอย่างที่รู้กัน Seaplane จะไม่รับ Check in หลัง 5 โมงเย็น (Domestic flight มีบินถึง 5 ทุ่ม เที่ยงคืน) อีกกรณีก็ประหยัดกว่า Seaplane (เล็กน้อย)
ถ้าเทียบราคาแล้วจะใกล้เคียงหรือ ถูกกว่า Seaplane อยู่สักหน่อย แต่ก็จะมีหลาย ๆ ครั้งเหมือนกันที่มีโปรโมชั่นบินฟรี มาให้ยลกัน ก็ Centara Grand หรือ Dusit ที่มีแพ็คเกจตัวนี้เสริมอยู่ทำให้ประหยัดได้อยู่ระดับหนึ่ง แต่ส่วนตัวแอดไม่ค่อยแนะนำนะ เพราะกินเวลาเอาเรื่องเหมือนกัน เพราะอะไรมาดูกัน
ทำไมถึงเปลืองเวลากว่า ? เพราะ Domestic Flight บินตามตารางบิน แต่ก็มีความถี่อยู่นะ 1 ชม 2 ชม ออกทีนึง ก็ไม่ถือว่าแย่ แต่ด้วยความที่ว่าเป็นสายการบิน เค้าต้องมีระบบระเบียบตามกฏการบินทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการเช็คอิน ผ่านการตรวจกระเป๋า และเนื่องด้วยเป็นเครื่องบินแบบ ATR หรือ Bombardier Dash ไม่ใช่เครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบก แบบ Seaplane ครั้นจะไปลงจอดเทียบท่ารีสอร์ทเลยก็ไม่ได้ ต้องบินไปลงสนามบินที่โรงแรมเราอยู่ใกล้อีกที เช่น สนามบิน Maamigili สำหรับ Centara Grand, Lily Beach, Lux, Angaga, Vilamendhoo ฯลฯ สนามบิน Dharavandhoo สำหรับ Dusit หรือ สนามบิน Gan สำหรับ Sixsenses Laamu แล้วใช้ Speed Boat ต่ออีกที ศิริรวม ไม่มี ๆ ก็ราว 2 ชมแหล่ะ

12565383_583323845153273_2925966191695699632_n

แต่ช้าก่อน อย่าเพิ่งไปตั้งแง่ว่า Domestic มันแย่นาาา  ด้วยเพดานบินที่พอเหมาะพอเจาะ ภาพที่เราเห็นจากหน้าต่างของ Domestic Flight จะแตกต่างจากที่เราเห็นจาก Seaplane หรือระหว่างที่เราบินระหว่างประเทศ การบินกับ Domestic Flight เราจะมีโอกาสได้เห็นกลุ่ม Atoll เป็นวงอย่างงดงามชัดเจน ต่างจากที่จะได้เห็นจาก Seaplane ซึ่งเป็นเกาะ เป็นเกาะไป หรือมองไม่เห็นเลยจากการบินระหว่างประเทศเนื่องจากจะใช้เพดานบินที่สูงเอาหล่ะ น่าจะพอเห็นภาพกันบ้างแล้วสำหรับการสัญจรภายในประเทศมัลดีฟส์ อันนี้ไม่นับรถมอเตอร์ไซด์ หรือรถยนต์ที่ใช้กันทั่วไปในเมืองเนอะ บทความหน้าเราจะมาพูดถึงรีสอร์ทไกลโพ้นที่คุ้มค่ากัน สู่ดินแดนที่ “ปลาไม่เคยเห็นคน”

 

 

เรื่องนี้ถูกเขียนใน บทความ และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *